อนาคตแบตเตอรี่ EV: ไทยพร้อมรับมือขยะอิเล็กทรอนิกส์มหาศาลหรือยัง?

January 13, 2026

สถานการณ์ด้านแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งสำคัญ เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ดร.สมศักดิ์ วสุธนรัศมี ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมและมาตรการเชิงป้องกัน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยเตรียมต้องรับมือกับ “ภูเขาขยะแบตเตอรี่ EV” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หากไม่มีการเตรียมการที่ดีพอ

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นสิ่งแวดล้อมธรรมดา แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรและการลงทุนมูลค่ามหาศาล ดร.สมศักดิ์ ชี้ว่า แม้รถ EV จะช่วยลดมลพิษทางอากาศได้ แต่เมื่อแบตเตอรี่เสื่อมสภาพลง มันจะกลายเป็นขยะอันตรายที่มีทั้งลิเธียมและสารเคมีอื่นๆ หากไม่รีไซเคิลอย่างถูกวิธี จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง แถมยังเป็นการสูญเสียโอกาสในการนำทรัพยากรมีค่ากลับมาใช้ใหม่

คำถามสำคัญคือ “แบตรถไฟฟ้าเสื่อมแล้วไปไหน?” ปัจจุบันประเทศไทยยังขาดโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ที่ครบวงจร ทำให้แบตเตอรี่ที่หมดอายุส่วนใหญ่ถูกส่งไปต่างประเทศ หรือที่แย่กว่านั้นคืออาจมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นเหมือนระเบิดเวลาทางสิ่งแวดล้อมที่รอวันปะทุ

แต่ท่ามกลางความท้าทาย ผู้ประกอบการหลายรายมองเห็นโอกาสทอง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ได้เปิดเผยถึงแนวโน้มที่ธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV จะเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการลงทุนในโรงงานรีไซเคิลที่สามารถสกัดวัสดุมีค่ากลับคืนมาได้ เช่น ลิเธียม โคบอลต์ และนิกเกิล ซึ่งสามารถนำกลับไปผลิตแบตเตอรี่ใหม่ได้อีกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่การลดขยะ แต่คือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม EV ทั้งระบบ

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้คือการเร่งผลักดันนโยบายและมาตรการที่ชัดเจนจากภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศการรีไซเคิลแบตเตอรี่ EV ที่ยั่งยืน ตั้งแต่การกำหนดมาตรฐานการจัดเก็บ การขนส่ง ไปจนถึงการสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีรีไซเคิลขั้นสูง คาดการณ์ว่าภายในปี 2569 เราจะได้เห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการจับมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

การจัดการและรีไซเคิลแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามข้อกำหนด แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศไทย การที่เราไม่พลาดโอกาสในการเป็นผู้นำด้านพลังงานหมุนเวียน ไม่ใช่แค่สร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่ยังสร้างเศรษฐกิจสีเขียวที่ยั่งยืนให้ลูกหลานของเราต่อไป