EV โลกเดือด: จีนครองตลาด, เทคโนโลยีพลิกเกม, ค่ายยักษ์ใหญ่จะรอด?

June 11, 2026

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และจีนคือกำลังสำคัญที่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างแท้จริง BYD ยักษ์ใหญ่จากจีน ถึงกับคาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในจีนกว่า 80% จะกลายเป็นรถ EV ในไม่ช้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมและเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของจีนที่กำลังเขย่าบัลลังก์ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกให้ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

สิ่งที่น่าจับตาคือสงครามราคา EV ในจีนที่ดูเหมือนจะยกระดับไปสู่การแข่งขันด้าน AI และเทคโนโลยีผู้ช่วยขับขี่ แทนที่จะเน้นเพียงแค่ราคาที่ถูกลง เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น แบตเตอรี่ที่ชาร์จเร็วเป็นพิเศษ (BYD อ้างว่าชาร์จ 70% ได้ใน 5 นาที) และระบบผู้ช่วยขับขี่ AI ขั้นสูง (L2+) กำลังเป็นจุดขายสำคัญ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการใช้งานฟีเจอร์ผู้ช่วยขับขี่ได้ถึง 5% เป็นอย่างน้อย 95% เลยทีเดียว นี่คือสิ่งที่ค่ายรถยนต์ต่างชาติกำลังเร่งพัฒนาเพื่อรักษาส่วนแบ่งในตลาดจีนที่เคยทำกำไรมหาศาล

ผลกระทบจากเทคโนโลยี EV ของจีนยังเห็นได้ชัดจากตัวเลขยอดขายในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงถึง 39% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ในขณะเดียวกัน การส่งออกรถยนต์ของจีนกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 73% ในเดือนเดียวกัน สวนทางกับยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลภายในประเทศที่ลดลง 23.4% นี่แสดงให้เห็นว่าจีนกำลังขยายอิทธิพลในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นตลาดละตินอเมริกา เอเชีย และยุโรป

อนาคตของตลาด EV จะไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของขีดความสามารถในการขับขี่ แต่ยังรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีชาร์จ ในจีนเอง จำนวนสถานีชาร์จมีมากกว่าสถานีบริการน้ำมันไปแล้ว ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและทำให้รถ EV มือสองมีมูลค่าสูงขึ้นถึง 30% และปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 29% นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่ารถ EV มีความทนทานมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก และด้วยการอัปเดตแบบ OTA (Over-The-Air) รถ EV มือสองบางคันยังทำงานได้ดีกว่าตอนออกใหม่ด้วยซ้ำ

ในประเทศไทย “สถานีความรู้รถ EV ในประเทศไทย” ก็เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ผู้บริโภคต้องการทราบว่า “รถ EV ในไทยชาร์จที่ไหน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมรองรับการเติบโตของ EV ในประเทศเช่นกัน โจทย์ใหญ่สำหรับค่ายยักษ์ใหญ่ทั่วโลกคือจะปรับตัวอย่างไรในสมรภูมิที่จีนกำลังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีนี้

ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์หลายแห่ง เช่น Toyota และ Nissan ต่างก็กำลังลงทุนและพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าและรถไฮบริดเพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการนำ AI มาใช้ในรถยนต์ Volkswagen เองก็ประกาศจะนำระบบ AI ด้วยเสียงเข้ามาในรถยนต์ที่จำหน่ายในจีนช่วงปลายปีนี้ การแข่งขันในตลาด EV จึงเป็นมากกว่าแค่การผลิตรถยนต์ แต่เป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคใหม่